ภาพรวมของอาการ
อาการปวดกระเพาะอาหาร (Gastric / Epigastric Pain) คืออาการปวด แสบ หรือจุกแน่นบริเวณใต้ลิ้นปี่และหน้าท้องส่วนบน สัมพันธ์กับกรดและน้ำย่อยที่ทำลายชั้นเยื่อเมือกปกป้องผิวกระเพาะอาหาร สาเหตุสำคัญที่สุดเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori และการใช้ยาแก้ปวดข้อหรือยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)
ความรู้สึกจริงเมื่อเกิดอาการ
แสบร้อนลึกๆ ใต้ลิ้นปี่ ปวดตื้อบิดเป็นพักๆ ท้องว่างแล้วปวด ทานอาหารแล้วทุเลาลง (หรือบางคนทานอาหารแล้วยิ่งปวด) แน่นท้อง ท้องอืด และเรอมีกลิ่นเปรี้ยว
สาเหตุที่พบบ่อยและการวิเคราะห์
โรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น (Peptic Ulcer Disease)
กรดและน้ำย่อยกัดกร่อนเยื่อบุกระเพาะจนเกิดแผลลึก มักเกิดจากเชื้อ H. pylori หรือยาแก้ปวด NSAIDs
จุดสังเกตเฉพาะ: ปวดแสบลิ้นปี่สัมพันธ์กับมื้ออาหาร (แผลลำไส้เล็กมักปวดตอนหิวหรือกลางดึก ทานอาหารแล้วดีขึ้น แผลกระเพาะมักปวดหลังทานอาหาร)
คำแนะนำในการดูแล: ควรส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารเพื่อตรวจหาเชื้อ H. pylori และรับยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ
โรคกระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง (Gastritis)
เยื่อบุกระเพาะอาหารบวมแดงอักเสบจากแอลกอฮอล์ อาหารรสเผ็ดจัด ยาแอสไพริน หรือความเครียดทางกายภาพรุนแรง
จุดสังเกตเฉพาะ: ปวดแสบ จุกเสียด คลื่นไส้ แน่นท้องเร็วหลังเริ่มทานอาหารได้เพียงเล็กน้อย
คำแนะนำในการดูแล: หากอาการปวดไม่ดีขึ้นหลังปรับอาหารและทานยาลดกรด 1-2 สัปดาห์
ภาวะอาหารไม่ย่อยจากการทำงานของกระเพาะอาหารผิดปกติ (Functional Dyspepsia)
ระบบประสาทรับความรู้สึกของกระเพาะอาหารไวเกินปกติ และการบีบตัวคลายตัวของกระเพาะไม่สัมพันธ์กัน โดยไม่พบแผลจากการส่องกล้อง
จุดสังเกตเฉพาะ: แน่นอึดอัด อิ่มเร็ว จุกเสียดใต้ลิ้นปี่เรื้อรังเกิน 3-6 เดือน สัมพันธ์กับความเครียดและวิตกกังวล
คำแนะนำในการดูแล: ปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาปรับการเคลื่อนไหวของกระเพาะและยาปรับสารสื่อประสาท
โรคนิ่วในถุงน้ำดีหรือตับอ่อนอักเสบ (Gallstones & Pancreatitis)
ก้อนนิ่วอุดตันท่อน้ำดี หรือเอนไซม์จากตับอ่อนย่อยเนื้อเยื่อตับอ่อนเอง ก่อให้เกิดอาการปวดรุนแรงบริเวณลิ้นปี่ร้าวไปหลัง
จุดสังเกตเฉพาะ: ปวดบิดเกร็งรุนแรงใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่ ร้าวทะลุไปสะบักหลัง มักปวดหลังทานอาหารมื้อที่มีไขมันสูง
คำแนะนำในการดูแล: ควรตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนทันที
⚠️ สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ด่วน (Red Flags)
- อาเจียนเป็นเลือดสด หรือมีลิ่มเลือดสีน้ำตาลเข้มคล้ายกากกาแฟ
- ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำสนิท มีกลิ่นคาวจัดเหมือนยางมะตอย (สัญญาณเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน)
- ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน ท้องแข็งเกร็งเหมือนแผ่นกระดาน (สงสัยแผลกระเพาะอาหารทะลุ Perforated Peptic Ulcer)
- มีอาการซีด อ่อนเพลียรุนแรง หน้ามืดเป็นลม หรือน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
คำแนะนำการดูแลตนเองและสังเกตอาการที่บ้าน
- รับประทานอาหารให้ตรงเวลา ไม่ปล่อยให้ท้องว่าง และแบ่งรับประทานเป็นมื้อย่อยๆ 4-5 มื้อต่อวัน
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น Ibuprofen, Naproxen, Diclofenac) หากจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดให้เลือกใช้พาราเซตามอลแทน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ อาหารรสจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด และงดสูบบุหรี่
คำถามที่ควรเตรียมเพื่อสอบถามแพทย์
- จำเป็นต้องได้รับการตรวจคัดกรองเชื้อแบคทีเรีย H. pylori (เช่น เป่าลมหายใจ Urea Breath Test หรือส่องกล้อง) หรือไม่?
- ยาที่ฉันทานอยู่มีตัวใดที่กัดกระเพาะอาหารและจำเป็นต้องทานยาลดกรดควบคู่หรือไม่?
- ควรรับประทานยาลดกรดกลุ่ม PPI ก่อนอาหารเช้านานกี่นาทีจึงจะเห็นผลดีที่สุด?