โรคตาแดง (เยื่อบุตาอักเสบ / Pink Eye / ตาแดงจากไวรัสและแบคทีเรีย)

เจาะลึกโรคตาแดง (Conjunctivitis) การแยกแยะระหว่างตาแดงจากไวรัสหวัด ตาแดงจากแบคทีเรียขี้ตาเป็นหนอง ตาแดงจากภูมิแพ้ และการป้องกันการติดต่อไปยังคนรอบข้าง

ภาพรวมของอาการ

โรคตาแดง หรือเยื่อบุตาอักเสบ (Pink Eye / Conjunctivitis) คือการอักเสบหรือติดเชื้อของเยื่อบุตาขาว (Conjunctiva) ซึ่งเป็นเยื่อบางๆ ใสๆ ที่คลุมตาขาวและผิวด้านในของเปลือกตา เมื่อเยื่อบุตานี้เกิดการอักเสบ หลอดเลือดฝอยขนาดเล็กจะขยายตัวและมองเห็นชัดเจนขึ้น ทำให้ตาขาวกลายเป็นสีแดงเรื่อๆ หรือแดงก่ำ เป็นโรคติดต่อที่ระบาดได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสขี้ตาหรือสารคัดหลั่ง

ความรู้สึกจริงเมื่อเกิดอาการ

เคืองตาเหมือนมีเม็ดทรายเข้าตา แสบตา น้ำตาไหลตลอดเวลา ขี้ตาเกรอะกรังติดขนตาจนลืมตาลำบากในตอนเช้า เปลือกตาบวมแดง คันตา และตาขาวแดงก่ำ

สาเหตุที่พบบ่อยและการวิเคราะห์

โรคตาแดงจากการติดเชื้อไวรัส (Viral Conjunctivitis)

เชื้อไวรัสอะดีโน (Adenovirus) หรือไวรัสเอนเทอโร ก่อให้เกิดการอักเสบเฉียบพลันของเยื่อบุตา ติดต่อง่ายมากผ่านมือและสิ่งของร่วมกัน

จุดสังเกตเฉพาะ: ตาแดงก่ำ น้ำตาไหลพราก ขี้ตาเป็นน้ำใสๆ มักเป็นที่ตาข้างหนึ่งก่อนแล้วลามไปอีกข้างใน 1-2 วัน มีต่อมน้ำเหลืองหน้าใบหูบวมกดเจ็บ และอาจมีไข้หวัดร่วมด้วย

คำแนะนำในการดูแล: มักหายได้เองใน 7-14 วัน แต่หากเคืองตามากหรือตามัวควรพบจักษุแพทย์

โรคตาแดงจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Conjunctivitis)

การติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น Staph, Strep หรือ Haemophilus เข้าสู่เยื่อบุตา

จุดสังเกตเฉพาะ: ขี้ตาข้นเป็นหนองสีเขียวหรือสีเหลืองจัด ปริมาณมากจนตาแฉะและขนตาติดกันแน่นในตอนเช้า

คำแนะนำในการดูแล: ต้องใช้ยาหยอดตาหรือยาป้ายตาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อตามที่แพทย์สั่ง

โรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Conjunctivitis)

การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ละอองเกสร ขนสัตว์ ไรฝุ่น สารเคมี

จุดสังเกตเฉพาะ: คันตาอย่างรุนแรงเป็นสองข้างพร้อมกัน ตาแดงเรื่อๆ เปลือกตาบวม ไม่มีขี้ตาหนอง (เป็นเมือกใส) ไม่ใช่โรคติดต่อ

คำแนะนำในการดูแล: ใช้ยาหยอดตาแก้แพ้และหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

การติดเชื้อจากการใส่คอนแทกต์เลนส์ (Contact Lens-related Keratitis / Conjunctivitis)

การใส่เลนส์ข้ามคืน ล้างเลนส์ไม่สะอาด หรือใช้น้ำประปาล้างตลับเลนส์ เสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้ออะแคนทามีบา

จุดสังเกตเฉพาะ: ตาแดง ปวดตามาก แพ้แสง ตาพร่ามัว มีจุดสีขาวขุ่นที่ตาดำ

คำแนะนำในการดูแล: ฉุกเฉิน! ถอดเลนส์ออกทันทีและไปพบจักษุแพทย์ด่วน เสี่ยงกระจกตาติดเชื้อตาบอด

⚠️ สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ด่วน (Red Flags)

  • มีอาการปวดลึกในลูกตาอย่างรุนแรง หรือตามัวลงอย่างรวดเร็ว (สัญญาณการติดเชื้อลุกลามเข้ากระจกตาหรือม่านตาอักเสบ)
  • แพ้แสงจ้าอย่างมากจนไม่สามารถลืมตาขึ้นได้ (Severe Photophobia)
  • มองเห็นจุดสีขาวหรือแผลเปื่อยขุ่นมัวบนตาดำ (Corneal Ulcer)
  • รูม่านตาของตาทั้งสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน หรือมองเห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ

คำแนะนำการดูแลตนเองและสังเกตอาการที่บ้าน

  • ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะก่อนและหลังสัมผัสบริเวณรอบดวงตา
  • ห้ามใช้ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ปลอกหมอน หรือเครื่องสำอางแต่งตาร่วมกับผู้อื่นเด็ดขาด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในบ้านหรือที่ทำงาน
  • ใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วเช็ดทำความสะอาดขี้ตาจากหัวตาไปหางตาเบาๆ (ใช้สำลี 1 ก้อนต่อการเช็ด 1 ครั้งและทิ้งทันที) และงดใส่คอนแทกต์เลนส์จนกว่าจะหายสนิท

คำถามที่ควรเตรียมเพื่อสอบถามแพทย์

  • โรคตาแดงของฉันเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย หรือภูมิแพ้ และจำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาปฏิชีวนะหรือไม่?
  • กระจกตาดำของฉันมีรอยแผลหรือรอยอักเสบแทรกซ้อนหรือไม่?
  • ต้องหยุดเรียนหรือหยุดงานเพื่อกักตัวป้องกันการแพร่เชื้อกี่วัน?