อาการปวดศีรษะ (ไมเกรน / ปวดศีรษะจากความเครียด)

วิเคราะห์สาเหตุของอาการปวดศีรษะ ปวดไมเกรน ปวดจากความเครียด และคัดกรองสัญญาณเตือนอันตรายของโรคหลอดเลือดสมองและเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง

ภาพรวมของอาการ

อาการปวดศีรษะ (Headache) เป็นหนึ่งในอาการทางระบบประสาทที่พบบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มอาการปวดศีรษะปฐมภูมิที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น ปวดศีรษะจากความตึงตัวของกล้ามเนื้อหรือไมเกรน อย่างไรก็ตาม อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเฉียบพลันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองแตกหรือการติดเชื้อในระบบประสาท

ความรู้สึกจริงเมื่อเกิดอาการ

รู้สึกปวดตื้อๆ เหมือนมีแถบผ้ารัดรอบศีรษะ ปวดตุบๆ ข้างเดียวตามจังหวะชีพจร หรือปวดเสียวแปลบเหมือนไฟช็อตร่วมกับคลื่นไส้ ตาพร่ามัว และไวต่อแสงจ้าหรือเสียงดัง

สาเหตุที่พบบ่อยและการวิเคราะห์

ปวดศีรษะจากความตึงตัวของกล้ามเนื้อ (Tension Headache)

เกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อคอ บ่า ท้ายทอย และหนังศีรษะจากการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ความเครียดสะสม หรือการอดนอน

จุดสังเกตเฉพาะ: ปวดตื้อๆ แน่นๆ สองข้างศีรษะ ไม่ปวดตุบๆ และมักไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน

คำแนะนำในการดูแล: หากอาการไม่ดีขึ้นหลังพักผ่อนและรับประทานยาพาราเซตามอลเกิน 3 วัน

โรคปวดศีรษะไมเกรน (Migraine)

เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทและหลอดเลือดสมอง สัมพันธ์กับพันธุกรรมและสิ่งกระตุ้น เช่น กลิ่นฉุน แสงจ้า อาหารบางชนิด หรือฮอร์โมนช่วงมีประจำเดือน

จุดสังเกตเฉพาะ: ปวดตุบๆ ข้างเดียว คลื่นไส้ อาเจียน แพ้แสงและเสียง อาจมีอาการเตือนล่วงหน้า (Aura) มองเห็นแสงซิกแซก

คำแนะนำในการดูแล: เมื่ออาการปวดรุนแรงจนยาแก้ปวดทั่วไปไม่ได้ผล หรือปวดบ่อยมากกว่า 4 วันต่อเดือน

ปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดเกินขนาด (Medication Overuse Headache - MOH)

เกิดจากการรับประทานยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล NSAIDs หรือทริปแทนบ่อยเกิน 10-15 วันต่อเดือนติดต่อกันนานหลายเดือน

จุดสังเกตเฉพาะ: มีอาการปวดศีรษะแทบทุกวันเมื่อยาหมดฤทธิ์ และต้องทานยาแก้ปวดซ้ำอยู่ตลอดเวลา

คำแนะนำในการดูแล: ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทเพื่อวางแผนหยุดยาแก้ปวดอย่างปลอดภัย

ความดันโลหิตสูงวิกฤต หรือ ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

ความดันโลหิตที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็วทำให้หลอดเลือดสมองขยายตัว หรือการอักเสบคั่งค้างของหนองในโพรงไซนัสส่งแรงกดต่อเส้นประสาทใบหน้า

จุดสังเกตเฉพาะ: ปวดตื้อแน่นบริเวณโหนกแก้ม หัวคิ้ว หรือปวดตึงท้ายทอยเวลาตื่นนอนตอนเช้า

คำแนะนำในการดูแล: ตรวจวัดความดันโลหิตทันที หากความดันตัวบนเกิน 180 mmHg ต้องไปโรงพยาบาลด่วน

⚠️ สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ด่วน (Red Flags)

  • อาการปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันที่สุดในชีวิต (Thunderclap Headache) ปวดพีคสูงสุดในเวลาไม่ถึง 1 นาที (สงสัยหลอดเลือดสมองโป่งพองแตก)
  • ปวดศีรษะร่วมกับมีไข้สูง คอแข็งเกร็ง ก้มคอคางชิดอกไม่ได้ สับสน ซึมลง (สงสัยเยื่อหุ้มสมองอักเสบ)
  • ปวดศีรษะร่วมกับอาการอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือมองเห็นภาพซ้อน (สงสัยโรคหลอดเลือดสมอง Stroke)
  • ปวดศีรษะครั้งแรกในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคมะเร็ง

คำแนะนำการดูแลตนเองและสังเกตอาการที่บ้าน

  • นอนพักผ่อนในห้องที่เงียบ มืด และมีอากาศถ่ายเทสะดวก ประคบเย็นบริเวณหน้าผากหรือขมับ
  • จิบน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟปริมาณมาก และอาหารรสจัด
  • จดบันทึกไดอารี่อาการปวดศีรษะ (วัน เวลา อาหารที่ทาน และระยะเวลาที่ปวด) เพื่อนำไปปรึกษาแพทย์

คำถามที่ควรเตรียมเพื่อสอบถามแพทย์

  • อาการปวดศีรษะของฉันจัดอยู่ในกลุ่มใด และจำเป็นต้องตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือ MRI สมองหรือไม่?
  • ยาตัวใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการระงับอาการปวด และฉันจำเป็นต้องเริ่มยาป้องกันไมเกรนหรือไม่?
  • มีพฤติกรรมหรืออาหารชนิดใดที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้กระตุ้นอาการ?